DNS (Domain Name System) ระดับเซิร์ฟเวอร์เป็นระบบที่สำคัญในการแปลงชื่อโดเมนเป็นที่อยู่ IP Address เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ Plesk มีเครื่องมือจัดการ DNS Server ที่ทำงานแบบ Integrated ทำให้การตั้งค่า DNS บนเซิร์ฟเวอร์ของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น บทความนี้จะสอนวิธีการตั้งค่า DNS ระดับเซิร์ฟเวอร์บน Plesk อย่างครบถ้วน
DNS Server ระดับ Plesk Server คืออะไร
DNS Server ของ Plesk ทำหน้าที่เป็น Authoritative Nameserver สำหรับโดเมนทั้งหมดที่ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณ เมื่อมีการค้นหา DNS Record ของโดเมนใดโดเมนหนึ่ง DNS Server ของ Plesk จะส่งข้อมูล DNS Record กลับไปให้ผู้ร้องขอ
สำหรับผู้ใช้งาน Dot Enterprise Cloud VPS ที่มีการโฮสต์โดเมนหลายตัวบนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน การจัดการ DNS ระดับเซิร์ฟเวอร์จึงเป็นเรื่องสำคัญ
Plesk DNS Service: เปิด/ปิด และการตั้งค่า
เพื่อให้ DNS Server ของ Plesk ทำงานได้ คุณต้องตรวจสอบว่าบริการ DNS Service ได้รับการเปิดใช้งานแล้ว
ขั้นตอนการตรวจสอบและเปิด DNS Service
- เข้าสู่ Plesk Control Panel
- ไปที่ Tools & Settings > Service Management
- ค้นหาบริการ DNS Server หรือ Bind (BIND DNS)
- ตรวจสอบว่า Status เป็น “Running” (ทำงาน)
- หากยังไม่เปิด ให้คลิก Enable เพื่อเปิดใช้งาน
- บันทึกการเปลี่ยนแปลง
หลังจากเปิด DNS Service แล้ว ให้รอสักครู่เพื่อให้บริการเริ่มทำงาน
การจัดการ DNS Zone Templates
Plesk ใช้ DNS Zone Templates เป็นตัวสร้างข้อมูลเริ่มต้นสำหรับ DNS Records ของโดเมนใหม่ โดยตัวเลือกนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องตั้งค่า DNS Records ต่อโดเมน
การมี DNS Zone Template Default
- ไปที่ Tools & Settings > DNS Template Settings
- เลือก Template ที่ต้องการเป็น Default
- ตรวจสอบว่ามี Records ที่ต้องการ เช่น A Record, MX Record, NS Record
- บันทึกการเปลี่ยนแปลง
Master vs Slave DNS Configuration
Plesk รองรับการตั้งค่า DNS ในสองรูปแบบ คือ Master DNS และ Slave DNS
Master DNS (Primary Nameserver)
Master DNS Server เป็นเซิร์ฟเวอร์หลักที่เก็บบันทึก DNS Records ทั้งหมด และเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลง DNS Records
- ทำหน้าที่เป็น Source of Truth สำหรับ DNS Records
- สามารถแก้ไข Records ได้โดยตรง
- ส่งการอัปเดต DNS ไปยัง Slave DNS Servers
Slave DNS (Secondary Nameserver)
Slave DNS Server เป็นเซิร์ฟเวอร์สำรอง ที่รับสำเนา DNS Records จาก Master DNS Server
- รับข้อมูล DNS Records จาก Master DNS ผ่านการ Transfer Zone
- ตอบคำถาม DNS แต่ไม่สามารถแก้ไข Records ได้
- ใช้เป็นสำรองและกระจายภาระข้อมูล (Load Balancing)
สำหรับการใช้งาน Plesk บนเซิร์ฟเวอร์ปกติ มักใช้ Master DNS Configuration
DNS Record Types: A, AAAA, CNAME, MX, TXT, NS, SOA
DNS Records เป็นสารสนเทศที่บอกให้ DNS Server รู้ว่าโดเมนชี้ไปยังที่ใด มีหลายประเภทของ DNS Records ดังนี้
A Record
A Record แปลงชื่อโดเมนเป็นที่อยู่ IP Address (IPv4) ตัวอย่างเช่น:
example.com A 192.0.2.1
www.example.com A 192.0.2.1
AAAA Record
AAAA Record เป็นเดียวกับ A Record แต่สำหรับที่อยู่ IP Address (IPv6) ตัวอย่างเช่น:
example.com AAAA 2001:0db8:85a3::8a2e:0370:7334
CNAME Record
CNAME Record (Canonical Name) ชี้ชื่อโดเมน (Alias) ไปยังชื่อโดเมนอื่น ตัวอย่างเช่น:
blog.example.com CNAME example.com
mail.example.com CNAME mail.example.com
MX Record
MX Record (Mail Exchange) ระบุเซิร์ฟเวอร์ที่รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับโดเมน ตัวอย่างเช่น:
example.com MX 10 mail.example.com
example.com MX 20 mail2.example.com
ตัวเลข 10 และ 20 เป็นลำดับความสำคัญ (Priority) ลำดับต่ำสุดจะถูกใช้งานก่อน
TXT Record
TXT Record ใช้เก็บข้อมูลข้อความต่าง ๆ เช่น SPF, DKIM, DMARC สำหรับการตรวจสอบอีเมล ตัวอย่างเช่น:
example.com TXT v=spf1 include:_spf.google.com ~all
example.com TXT v=DMARC1; p=quarantine; rua=mailto:[email protected]
NS Record
NS Record (Nameserver) ระบุ Nameserver ที่รับผิดชอบ DNS Records ของโดเมน ตัวอย่างเช่น:
example.com NS ns1.example.com
example.com NS ns2.example.com
SOA Record
SOA Record (Start of Authority) ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ DNS Zone และวิธีการจัดการ DNS นั้น ๆ
example.com SOA ns1.example.com admin.example.com 2024010101 3600 1800 604800 86400
การตั้งค่า TTL (Time To Live)
TTL (Time To Live) คือเวลาที่บอกให้ DNS Resolver รู้ว่าควรเก็บ Cache ของ DNS Record เอาไว้นานเท่าไร เมื่อหมดเวลา ระบบจะค้นหา DNS Record ใหม่จาก Nameserver
ความหมายของค่า TTL
- TTL 300 (5 นาที): DNS Resolver จะเก็บ Cache ไว้ 5 นาที การเปลี่ยนแปลง DNS จะแสดงอย่างรวดเร็ว
- TTL 3600 (1 ชั่วโมง): ค่า Default บ่อยครั้ง ช่วยลดภาระข้อมูลต่อ DNS Server
- TTL 86400 (1 วัน): DNS Resolver จะเก็บ Cache ไว้ 24 ชั่วโมง ลดภาระ DNS Server แต่การเปลี่ยนแปลง DNS ใช้เวลา
สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงการย้ายเซิร์ฟเวอร์ หรือมีการเปลี่ยนแปลง DNS บ่อย ควรตั้ง TTL ต่ำ (300-600 วินาที) ก่อน 24 ชั่วโมง เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็ว
การใช้ External DNS (Cloudflare, etc.) vs Plesk DNS
คุณมีตัวเลือกสองประเภทในการจัดการ DNS ของโดเมน
การใช้ Plesk DNS
ข้อดี:
- ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- บริหารจัดการ DNS และ Hosting ในที่เดียว
- สำหรับผู้ใช้งาน Dot Enterprise Cloud VPS ทั่วไป เพียงพอ
ข้อเสีย:
- ความเสถียร DNS ขึ้นอยู่กับเซิร์ฟเวอร์ Plesk ของคุณ
- ฟีเจอร์ Advanced DNS (เช่น DDoS Protection, WAF) ไม่มี
การใช้ External DNS เช่น Cloudflare
ข้อดี:
- ความเสถียร DNS สูง (Global Network)
- ฟีเจอร์ Advanced เช่น DDoS Protection, WAF, Page Rules
- SSL/TLS ฟรี
- บริการ Free DNS
ข้อเสีย:
- จำเป็นต้องเปลี่ยน Nameserver ที่ Registrar
- ต้องเรียนรู้ interface ใหม่
Troubleshooting DNS บน Plesk
หากพบปัญหากับ DNS ให้ตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. ตรวจสอบ DNS Service Status
- ไปที่ Tools & Settings > Service Management
- ตรวจสอบ DNS Server Status เป็น “Running” หรือไม่
2. ตรวจสอบ DNS Records
ใช้คำสั่ง nslookup หรือ dig เพื่อตรวจสอบ DNS Records:
nslookup example.com
dig example.com
dig example.com MX
3. ตรวจสอบ Nameserver
ตรวจสอบว่า Nameserver ที่ Registrar ชี้ไปยัง Plesk DNS Server หรือไม่
whois example.com | grep -i "name server"
4. ตรวจสอบ Port DNS
ตรวจสอบว่า Port 53 (UDP/TCP) เปิดใช้งานหรือไม่
netstat -tulpn | grep :53
