ในอดีตการรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องของ “กำแพงแล้วก็ปลอดภัย” — ทุกคนที่อยู่ในเครือข่ายภายในถือว่าน่าเชื่อถือ แต่ทุกวันนี้แนวคิดนั้นล้าสมัยแล้ว Zero Trust คือคำตอบของยุคปัจจุบัน
Zero Trust คืออะไร?
Zero Trust คือแนวคิดด้านความปลอดภัยที่ยึดหลักการว่า:
“Never Trust, Always Verify”
— ไม่เชื่อถือใครเลย ตรวจสอบทุกครั้งเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ภายในหรือภายนอกเครือข่าย การเข้าถึงทุกครั้งต้องผ่านการยืนยันตัวตน (ไม่ใช่แค่รหัสผ่านอย่างเดียว) และได้รับอนุญาตเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น
ทำไม Zero Trust ถึงสำคัญในยุคนี้?
โลกการทำงานเปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา:
- พนักงานทำงานจากที่บ้าน, Cafe, หรือต่างประเทศ (Remote Work)
- ข้อมูลและสัง Application แล่ตัวอยู่บน Cloud
- อุปกรณ์หลายชนิดที่เชื่อมต่อเข้าระบบองค์กร (BYOD)
- ยุค Insider Threat ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
5 หลักการสำคัญของ Zero Trust
1. Verify Explicitly — ยืนยันตัวตนทุกครั้ง
ใช้ข้อมูลหลายอย่างประกอบกันในการตัดสินใจอนุญาต: ทั้ง Identity, Location, อุปกรณ์, พฤติกรรมผู้ใช้ — ไม่ใช่แค่รหัสผ่านอย่างเดียว
2. Use Least Privilege Access — ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น
แต่ละคนได้รับสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะสิ่งที่จำเป็นในการทำงานเท่านั้น จำกัดช่วงเวลาที่จำเป็น เช่น นักบัญชีไม่จำเป็นต้องเข้าถึงซอร์สโค้ดของฝ่ายพัฒนา
3. Assume Breach — เตรียมพร้อมกับการถูกโจมตีอยู่เสมอ
ออกแบบระบบโดยเสมือนว่าถูกเจาะระบบเรียบร้อยแล้ว เพื่อจำกัดความเสียหายและป้องกันการเคลื่อนไหวแปลกภายใน (Lateral Movement)
4. Micro-Segmentation — แบ่งเครือข่ายเป็นส่วนเล็กๆ
แบ่งเครือข่ายออกเป็นโซนย่อยๆ แต่ละโชนมีการควบคุมการเข้าถึงแยกต่างหาก อุปกรณ์แน้วจากการสแกนสามารถแพร่มัลแวร์ไปเฉพาะในโชนนั้นเท่านั้น
5. Continuous Monitoring — ตรวจจับตลอดเวลา
ติดตามและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ เครื่องมือ และเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติได้ทันที
เปรียบเทียบ: Traditional Security vs Zero Trust
| หัวข้อ | Traditional | Zero Trust |
|---|---|---|
| การเชื่อถือ | เชื่อถือ IP/เครือข่ายภายใน | ไม่เชื่อถือใครเลย |
| การยืนยันตัวตน | เสร็จครั้งเดียวตอน Login | ยืนยันต่อเนื่องทุกครั้ง |
| สิทธิ์การเข้าถึง | บรอดตามตำแหน่ง | Least Privilege เฉพาะจำเป็น |
| Lateral Movement | แพร่ได้อิสระภายในเครือข่าย | จำกัดผ่าน Micro-Segmentation |
เริ่มต้นใช้ Zero Trust อย่างไร?
การนำ Zero Trust มาใช้ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด สามารถเริ่มด้วยขั้นตอนเหล่านี้:
- เปิดใช้ MFA ทุกระบบ เริ่มจากสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน
- ทบทวนสิทธิ์และ Access Control ลดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นออก
- ติดตั้งระบบ Log และ Monitor การเข้าถึงสิ่งสำคัญ
- แบ่ง Network Segments ให้ระบบแต่ละส่วนไม่เชื่อมต่อหากันโดยตรง
- ทดสอบ Incident Response Plan อย่างสม่ำเสมอ
เครื่องมือและ Framework ที่ช่วยใช้ Zero Trust
- Microsoft Entra ID (Azure AD) — Identity & Access Management
- Google BeyondCorp — Zero Trust บน Cloud
- Cloudflare Zero Trust — ควบคุม Network Access
- Palo Alto Prisma Access — SASE + Zero Trust
- NIST SP 800-207 — มาตรฐานการนำ Zero Trust ไปใช้
สรุป
Zero Trust ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ แต่เป็น แนวคิดและกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับโลกที่ Perimeter แบบเดิมไม่มีความหมายอีกต่อไป เมื่อทุกคนทำงานจากที่ไหนก็ได้ ด้วยอุปกรณ์อะไรก็ได้ การยืนยันตัวตนทุกครั้งคือสิ่งที่ขาดไม่ได้
ติดตามซีรีส์ Cyber Security KB ของ de.co.th เพื่อเรียนรู้แนวทางการป้องกันภัยคุกคามอย่างครบถ้วน

